Snorkeling in the EEC Area, Thailand

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการดำน้ำ

การดำน้ำตื้น การดำน้ำลึก และการดำน้ำอิสระ เป็นกิจกรรมการดำน้ำที่มีลักษณะและระดับความลึกต่างกัน ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อดีและลักษณะเฉพาะที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวหรือนักดำน้ำในแต่ละระดับความชำนาญ

การดำน้ำตื้น หรือสน็อกเกิลลิง (Snorkeling) เป็นรูปแบบที่เข้าถึงง่ายที่สุด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ไม่มีประสบการณ์การดำน้ำมาก่อน ผู้ดำน้ำจะใช้เพียงหน้ากากดำน้ำ ท่อหายใจ และตีนกบ ลอยตัวอยู่บริเวณผิวน้ำ สามารถชมความงามของโลกใต้ทะเลในระดับตื้นได้โดยไม่ต้องดำลงไปลึก ทำให้ปลอดภัยและไม่จำเป็นต้องมีทักษะการว่ายน้ำที่แข็งแกร่ง

ส่วนการดำน้ำลึก หรือสกูบา (Scuba Diving) เป็นการดำน้ำที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำ ทำให้สามารถดำน้ำได้ลึกและนานขึ้น นักดำน้ำต้องผ่านการฝึกอบรมและได้รับใบรับรองจากองค์กรดำน้ำที่เป็นที่ยอมรับ เช่น PADI หรือ SSI ข้อดีคือสามารถสำรวจโลกใต้ทะเลได้ลึกถึง 30-40 เมตร พบเห็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่หลากหลายและแนวปะการังที่สมบูรณ์กว่าในระดับตื้น

การดำน้ำอิสระ หรือฟรีไดฟ์วิ่ง (Freediving) เป็นการดำน้ำโดยอาศัยเพียงการกลั้นหายใจ ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ นักดำน้ำจะต้องฝึกฝนเทคนิคการหายใจพิเศษและการควบคุมร่างกาย สามารถดำลงไปได้ลึกกว่าการดำน้ำตื้นแต่ไม่นานเท่าการดำน้ำลึก ข้อดีคือให้ความรู้สึกเป็นอิสระ ใกล้ชิดธรรมชาติ และไม่มีเสียงฟองอากาศรบกวนสัตว์ทะเล ทำให้สามารถเข้าใกล้สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้มากกว่า

การดำน้ำตื้น (Snorkeling)
  1. การดำน้ำตื้น (Snorkeling)

ความหมาย: การดำน้ำตื้นคือการดำน้ำในระดับน้ำตื้น (มักอยู่ที่ความลึกไม่เกิน 5-10 เมตร) โดยนักดำน้ำใช้หน้ากาก, ท่อหายใจ (snorkel), และครีบในการเคลื่อนที่ในน้ำ การดำน้ำประเภทนี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือการฝึกฝนพิเศษ และเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นหรือไม่มีประสบการณ์ในการดำน้ำ

ลักษณะ: นักดำน้ำสามารถลอยตัวบนผิวน้ำและมองเห็นปะการัง, ฝูงปลา, และสัตว์ทะเลอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องดำลงไปลึกในน้ำ

เหมาะสมกับ: ผู้ที่ชอบชมโลกใต้ทะเลแบบสบาย ๆ และไม่ต้องการเข้าไปในน้ำลึกมาก

  1. การดำน้ำลึก (Scuba Diving)

ความหมาย: การดำน้ำลึกหมายถึงการดำน้ำในความลึกที่มากกว่าการดำน้ำตื้น โดยนักดำน้ำจะใช้ชุดดำน้ำ (scuba gear) ที่ประกอบด้วยถังออกซิเจน, หน้ากาก, ท่อหายใจ, และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เพื่อให้สามารถอยู่ใต้น้ำได้นานและดำน้ำในระดับความลึกที่มากขึ้น (อาจมากกว่า 10 เมตรถึงหลายร้อยเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของการดำน้ำ)

ลักษณะ: นักดำน้ำจะต้องมีการฝึกฝนและใบอนุญาตการดำน้ำจากองค์กรที่รับรอง เช่น PADI หรือ SSI เพื่อความปลอดภัยในขณะดำน้ำลึก

เหมาะสมกับ: นักดำน้ำที่มีประสบการณ์หรือผู้ที่มีความตั้งใจจะสำรวจโลกใต้ทะเลในระดับที่ลึกกว่า ซึ่งต้องการศึกษาหรือชมแนวปะการังที่ลึกและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระดับน้ำลึก

  1. การดำน้ำอิสระ (Free Diving)

ความหมาย: การดำน้ำอิสระคือการดำน้ำโดยที่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ เช่น ถังออกซิเจน หรือท่อหายใจ โดยนักดำน้ำจะใช้แค่หน้ากากและครีบเพื่อดำน้ำไปในระดับต่าง ๆ ภายใต้การควบคุมการหายใจของตัวเอง

ลักษณะ: การดำน้ำอิสระอาจจะดำลงไปในน้ำลึกเพียงไม่กี่เมตรหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมการหายใจและประสบการณ์ของนักดำน้ำ การดำน้ำอิสระมักจะเน้นที่ความสามารถในการกลั้นหายใจและสัมผัสกับธรรมชาติใต้ทะเลอย่างใกล้ชิด

เหมาะสมกับ: ผู้ที่มีทักษะในการควบคุมการหายใจและต้องการประสบการณ์การดำน้ำที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริม

การเริ่มต้นดำน้ำตื้น

หน้ากากดำน้ำ

  • การเลือกหน้ากากดำน้ำ ให้เราเลือกหน้ากากที่เมื่อสวมใส่แล้วสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เลือกขนาดที่พอเหมาะโดยให้ทดลองสวมใส่ แต่ถ้าจำเป็นต้องเช่าใช้ ให้เลือกดังนี้
    • ตรวจสอบสภาพโดยรวม ว่ามีความบิดเบี้ยวหรือไม่ วัสดุหมดสภาพหรือยัง เช่นดูที่ความยืดหยุ่นของยาง
    • ตรวจดูรอยฉีกขาดทั่วทั้งหน้ากาก เช่น ขอบยางรอบหน้ากากและที่ครอบจมูก
    • ตรวจดูสายรัดหน้ากากว่ามีรอยฉีกขาดไหม และดูวิธีการปรับสายรัดทั้งรัดแน่น และคลายออก
    • ตรวจดูความสะอาด

วิธีสวมใส่หน้ากาก

  • ปรับสายรัดให้หลวมและสวมไปที่หน้า ระวังอย่าให้เส้นผมอยู่ข้างใน
  • จากนั้นปรับสายรัดให้พอดี และให้ทดลองดึงหน้ากากออกจากหน้าเพื่อทดสอบว่ารัดแน่นเกินไปไหม เพราะนักดำน้ำหลายท่านมักมีปัญหาน้ำเข้าหน้ากาก ทำให้ต้องดึงหน้ากากออกจากหน้าชั่วคราว ดังนั้นการทดสอบดึงหน้ากากจากหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น
  • โดยหากเกิดเหตุการณ์น้ำเข้าหน้ากาก ไม่ควรแค่ไล่น้ำออกอย่างเดียว ควรดึงหน้ากากให้พ้นหน้าและปรับสายรัดใหม่ให้ไม่แน่นและหลวมเกินไป จัดระเบียบขอบยางใหม่ และให้ฝาครอบจมูกไม่ชิดจมูกเกินไป
  • กัดเข้าที่กัด และหายใจทางปาก

ท่อหายใจ

  • อุปกรณ์ช่วยหายใจที่ผิวน้ำ มีไว้เพื่อให้นักดำน้ำสามารถก้มลงไปดูปะการังได้โดยไม่ต้องเงยหน้ามาหายใจ
    • การเลือกท่อหายใจให้เลือกที่ปากคาบไม่ฉีกขาด และเนื้อยางไม่เสื่อมสภาพ
    • เลือกที่ไม่ยาวไม่สั้นเกินไป สามารถปรับระดับเพื่อให้ปากคาบได้ง่าย รวมทั้งสามารถปรับให้ตั้งฉากกับศรีษะได้

ตีนกบ

  • มีประโยชน์ช่วยให้นักดำน้ำเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นทั้งบนผิวน้ำและใต้น้ำ ควรใส่เฉพาะเมื่อใกล้จุดลงน้ำ ไม่ควรใส่เดินไปมาเพราะอาจจะหกล้มได้
  • หากเลือกใส่ตีนกบแบบเต็มเท้า ควรเลือกที่ใส่ได้พอดี หากหลวมเกินไปจะเกิดการบวมเพราะการเสียดสี หรือหากกังวลเกี่ยวกับการเสียดสีสามารถหาถุงเท้ายาง Neoprene มาใส่ป้องกันได้
  • หรือเลือกใส่ตีนกบแบบรัดข้อเท้าก็ควรเลือกรองเท้าบู้ทที่ไม่คับเกินไปเพราะจะเจ็บนิ้วเท้าหรือส้นเท้าได้
  • ควรเลือกขนาดความกว้างและความแข็งให้เหมาะสมกับร่างกาย
  • ต้องตรวจดูรอยฉีกของยางที่ช่องสวมเท้า สายรัด และใบตีนกบทุกครั้งก่อนการใช้งาน

เสื้อชูชีพ

  • เสื้อชูชีพที่เหมาะสำหรับการดำน้ำนั้นจะเรียกว่า Snorkeling Vest ซึ่งสามารถไล่ลมออกเพื่อดำลง และเป่าลมเข้าเพื่อลอยตัวได้ แต่โดยทั่วไปแล้วเสื้อชูชีพทั่วไปก็สามารถใช้งานได้

Skin suit

  • Skin suit จะใส่เพื่อป้องการโดนแดดเผาเนื่องจากเราจะนอนคว่ำหน้าเป็นเวลานาน และเพื่อป้องกันการระคายเคืองจากสัตว์ทะเล เช่น แมงกะพรุน Skin suit จะเป็นผ้ายืดหรือผ้า lyca อย่างไรก็ตามเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวก็ใช้ได้เหมือนกัน
  • การใข้อุปกรณ์หน้ากาก และท่อหายใจ
    • เมื่อใส่หน้ากากดำน้ำและท่อหายใจแล้ว ควรฝึกการหายใจในท่อก่อนลงน้ำ โดยการค่อยๆ หายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อให้ชินกับการหายใจผ่านท่อ ถ้ามีน้ำเข้าท่อสามารถเป่าออกได้โดยใช้แรงปานกลาง หากไม่สามารถเป่าได้ในครั้งเดียวก็สามารถหายใจเข้าใหม่แล้วพยายามอีกครั้ง สิ่งสำคัญคือไม่ควรตื่นตระหนกหรือหายใจแรงเกินไป นักดำน้ำควรฝึกการหายใจให้สม่ำเสมอและเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เพราะจะทำให้การหายใจในน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถดำน้ำได้นานขึ้น การหายใจเข้าออกอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอจะช่วยแก้ปัญหาการดำน้ำได้ทั้งหมด
  • เทคนิคการกลั้นหายใจใต้น้ำ
    • แต่ละคนมีความสามารถในการหายใจที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น เพศ อายุ ความแข็งแรง การสูบบุหรี่ และอัตราการเต้นของหัวใจ โดยแนะนำเทคนิคการหายใจแบบ Hyperventilation ซึ่งทำโดยการหายใจลึกและเร็ว 3-4 ครั้งติดต่อกัน แต่ไม่ควรทำเกิน 4 ครั้งในหนึ่งรอบเพราะอาจทำให้เป็นลมได้ นอกจากนี้ยังมีหลักการอื่นๆ ที่ช่วยในการฝึกหายใจ เช่น การใช้เทคนิคที่ต้องใช้แรงน้อย การพักให้เพียงพอระหว่างการฝึก และการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เพื่อช่วยให้การหายใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • แนวทางการดำน้ำอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • เลือกไปพักและท่องเที่ยวกับบริษัทที่รักษาสิ่งแวดล้อม
    • ปรับหน้ากากให้แน่นพอดี ก่อนลงน้ำ
    • ลงน้ำหรือขึ้นเรือให้ห่างจากพื้นปะการัง
    • หากไม่มั่นใจ ให้สวมเสื้อชูชีพ
    • ไม่ยืนบนปะการัง ไม่สัมผัสปะการัง
    • ตรวจสอบเรือว่าใช้ทุ่นผูกเรือหรือไม่
    • พยุงตัวให้ลอย อย่าให้ตีนกบกระแทกปะการัง
    • อย่าโบกตีนกบใกล้พื้นทะเลจนตะกอนฟุ้งกระจาย
    • ถ่ายรูปด้วยความระมัดระวัง อย่าสัมผัสปะการัง หรือ กระแทกปะการัง
    • อย่าไล่ต้อนปลา อย่าให้อาหารปลา
    • ช่วยกันรักษาความสะอาดชายหาด
    • ไม่ซื้อหรือสนับสนุนสินค้าจากปะการังหรือสัตว์ทะเล